วิธีใช้ Capcut ฟรี รู้จัก Capcut Pro ข้อดีข้อเสีย และการใช้งานพื้นฐาน 

วิธีใช้ Capcut ฟรี รู้จัก Capcut Pro ข้อดีข้อเสีย และการใช้งานพื้นฐาน

สายตัดต่อวิดีโอด้วยมือถือและคอมคงคุ้นชื่อ Capcut กันดี เพราะเป็นแอปตัดต่อฟรีที่ฟีเจอร์จัดเต็ม ทั้งเอฟเฟกต์ เทมเพลต และเครื่องมือ AI ช่วยงาน 

บทความนี้จะพาไล่ทีละส่วนตั้งแต่วิธีใช้ Capcut ฟรี แบบไม่มีลายน้ำในงานทั่วไป ไปจนถึงตอบคำถามว่า Capcut ทําอะไรได้บ้าง, Capcut pro ใช้ได้กี่เครื่อง และสรุป Capcut ข้อดี ข้อเสีย แบบภาษาคนใช้งานจริง

目次

Capcut ทําอะไรได้บ้าง

อ้างอิง: CapCut 

CapCut เป็นแอปพลิเคชันและโปรแกรมตัดต่อวิดีโอแบบ All-in-one ที่ช่วยให้คุณสร้างและแก้ไขวิดีโอได้อย่างมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานบนมือถือ (iOS, Android) หรือบนคอมพิวเตอร์ (Windows, MacOS) โดยไม่ต้องมีพื้นฐานก็สามารถทำได้ง่ายๆ

ความสามารถหลักของ CapCut ได้แก่

หมวดหมู่CapCut ทำอะไรได้บ้าง
เครื่องมือตัดต่อวิดีโอพื้นฐาน–ขั้นสูงตัด ต่อ และจัดเรียงวิดีโอได้อิสระ, ปรับสี แสง และโทนภาพ, รองรับการซ้อนภาพ (Picture-in-Picture)
เทมเพลตสำเร็จรูปมีเทมเพลตให้เลือกจำนวนมาก เพียงใส่รูปหรือวิดีโอก็สร้างคอนเทนต์ได้ทันที
ข้อความและเสียงเพิ่มข้อความและซับไตเติล, ใส่เอฟเฟกต์ตัวอักษร, มีเพลงและซาวด์เอฟเฟกต์ฟรี, ดึงเสียงจากวิดีโออื่นมาใช้ได้
การจัดการเสียงเปลี่ยนเสียงพูดได้, ตัดเสียงรบกวนรอบข้างออกได้
ฟีเจอร์ AIสร้างวิดีโอจากข้อความหรือสคริปต์, สร้าง AI Avatar, ลบพื้นหลังภาพ/วิดีโออัตโนมัติ
การทำคอนเทนต์โซเชียลมีเดียปรับสัดส่วนวิดีโอให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม, สร้างภาพปกหรือโพสต์สำหรับโซเชียลมีเดียได้

วิธีใช้ Capcut ฟรี แบบพื้นฐาน

5 ขั้นตอนหลักในการเริ่มสร้างวิดีโอ ดังนี้

นำเข้าวิดีโอ (Import)

เริ่มต้นสร้างโปรเจกต์ โดยก่ารรำเข้าวิดิโอ โดย

  • กดปุ่ม “โปรเจกต์ใหม่” (New Project) บนหน้าแรก
  • เลือกวิดีโอ หรือรูปภาพจากเครื่องของคุณที่ต้องการตัดต่อ
  • กดปุ่ม “เพิ่ม” (Add) เพื่อนำคลิปเข้าสู่หน้าตัดต่อ

ตัดและจัดระเบียบคลิป (Trim & Split)

การตัด (Trim) และการแบ่งส่วน (Split) เป็นหัวใจสำคัญของการตัดต่อวิดีโอ  ทำได้โดย

  • เลื่อนเส้นแนวตั้ง (Timeline) ไปยังจุดที่ต้องการตัด
  • กดที่ตัวคลิปวิดีโอ แล้วเลือกคำสั่ง “แบ่งแยก” (Split) เพื่อตัดคลิปออกเป็น 2 ส่วน
  • เลือกส่วนที่ไม่ต้องการ แล้วกดปุ่ม “ลบ” (Delete)
  • กดค้างที่คลิปเพื่อ ลากสลับตำแหน่ง ซ้าย-ขวาตามต้องการ

อ้างอิง: CapCut

ใส่เพลงและเอฟเฟกต์เสียง (Audio)

การใส่เพลงและเอฟเฟกต์เสียงช่วยเพิ่มความน่าสนใจ ทำให้วิดีโอมีมิติ และดึงดูดผู้ชมได้ดียิ่งขึ้น ทำได้โดย

  • กดที่เมนู “ระบบเสียง” (Audio) ด้านล่าง
  • เลือก “เสียง” (Sounds) เพื่อใช้เพลงฟรีในแอป หรือเลือก “เอฟเฟกต์” (Effects) สำหรับเสียงตลกๆ/เสียงประกอบ
  • หากต้องการอัดเสียงตัวเอง ให้เลือก “บันทึกเสียง” (Record)

ใส่ข้อความหรือซับไตเติล (Text)

Capcut สามารถใส่ซับไตเติลภาษาไทยได้แม่นยำ ทำได้โดย

  • กดเมนู “ข้อความ” (Text) 
  • เพิ่มข้อความ พิมพ์คำที่ต้องการ
  • ปรับแต่งฟอนต์ สี และใส่ “อนิเมชัน” (Animation) ให้ข้อความขยับได้
  • วิธีทำซับอัตโนมัติ:
    • กด “คำบรรยายอัตโนมัติ” (Auto Captions) 
    • เลือกภาษาไทย ระบบจะเปลี่ยนเสียงพูดในคลิปเป็นซับไตเติลทันที

บันทึกและนำออกวิดีโอ (Export)

การบันทึกและนำออกวิดีโอใน CapCut สามารถทำได้ง่ายๆ โดย

  • กดที่มุมขวาบน (เช่น 1080P) เพื่อปรับ ความละเอียด และ เฟรมเรต 
  • กดไอคอน ลูกศรชี้ขึ้น (Export) เพื่อบันทึกวิดีโอลงเครื่อง

ดาวน์โหลด Capcut ไม่มีลาย

เทมเพลต CapCut บางแบบมีวอเตอร์มาร์กช่วงท้ายวิดีโอ สามารถลบออกก่อน Export ได้ 

แต่ถ้าใช้เอฟเฟกต์/สติกเกอร์พรีเมียมในเวอร์ชันฟรี อาจติดลายน้ำและต้องสมัคร Pro เพื่อเอาออก 

ดังนั้นถ้าอยากได้วิดีโอไม่มีลายน้ำ ควรใช้เฉพาะฟีเจอร์และแอสเซ็ตแบบฟรี และหลีกเลี่ยงเทมเพลตที่มีโลโก้ท้ายคลิป

อ้างอิง: PhotoFleem

Capcut Pro ใช้ได้กี่เครื่อง 

หนึ่งสมาชิกแบบสมัคร Capcut Pro สามารถใช้สิทธิ์บนอุปกรณ์ได้สูงสุดประมาณ 5 เครื่องต่อบัญชีในเวลาเดียวกัน 

นั่นหมายความว่าถ้าคุณมีมือถือ 1 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง และคอมพิวเตอร์อีก 1 เครื่อง ก็สามารถลง Capcut แล้วล็อกอินบัญชีเดียวกันเพื่อใช้ฟีเจอร์ Pro ได้

Capcut Pro ต่างจากฟรีตรงไหน 

CapCut Pro ต่างจากเวอร์ชันฟรีตรงที่ปลดล็อกเครื่องมือ AI ขั้นสูง งานส่งออกคุณภาพสูง และคลังพรีเมียม 

ส่วนเวอร์ชันฟรีเหมาะกับการตัดต่อทั่วไป แต่ถ้าต้องการงานระดับมืออาชีพหรือเชิงธุรกิจ Pro จะช่วยให้ทำงานเร็วขึ้นและคุณภาพดีขึ้น

สรุปความแตกต่างแบบสรุปสั้นๆ แยกตามหัวข้อได้ดังนี้ 

หัวข้อCapcut ฟรีCapcut Pro
เครื่องมือ AI ขั้นสูง ใช้ฟีเจอร์ AI พื้นฐานได้จำกัด ปลดล็อกระบบ AI เต็มรูปแบบ 
ฟอนต์และเอฟเฟกต์ ทั่วไป (ห้ามใช้ตัวที่ติดป้าย Pro) ปลดล็อกตัวพรีเมียมทั้งหมด 
ตัดเสียงรบกวน / แยกเสียง ลดเสียงรบกวนทั่วไป แยกเสียงพากย์ออกจากเสียงดนตรีได้เนียน 
ความละเอียดสูงสุด 1080p สูงถึง 4K / 60fps 
พื้นที่ Cloud จำกัดพื้นที่ขนาดเล็ก สูงสุด 100GB – 1TB (ตามแพ็กเกจ) 
การใช้เชิงพาณิชย์ มีข้อจำกัดด้านลิขสิทธิ์เพลง มีคลังเทมเพลตและเพลงสำหรับธุรกิจ 
ลบวัตถุ/ลบพื้นหลัง ลบพื้นหลังแบบพื้นฐาน ลบแบบเนียนขั้นสูง / ลบแบบกลุ่ม 

Capcut ข้อดี ข้อเสีย 

เพื่อช่วยตัดสินใจ มาดู Capcut ข้อดี ข้อเสีย แบบสรุป

ข้อดีของ Capcut

จุดเด่นที่หลายรีวิวและคู่มือสรุปตรงกัน เช่น

  • มีเวอร์ชันฟรีที่ใช้งานได้จริงสำหรับคอนเทนต์ ทั้งตัดคลิป ใส่ซับ เอฟเฟกต์พื้นฐาน
  • ใช้ได้หลายแพลตฟอร์มและซิงก์ผ่านบัญชี เช่น มือถือ เดสก์ท็อป และเว็บ
  • มีฟีเจอร์ AI ช่วยงาน เช่น Auto Caption, ลบพื้นหลัง, ปรับโทน และเทมเพลตสำเร็จรูป 

ข้อเสียหรือข้อจำกัดของ Capcut

ด้านที่ควรคำนึงถึง เช่น

  • เวอร์ชันฟรีเริ่มมีการเพิ่มวอเตอร์มาร์กในบางกรณีมากขึ้น
  • อินเทอร์เฟซบนมือถือใช้ง่าย แต่บนเดสก์ท็อปอาจยังไม่ยืดหยุ่นเท่าโปรแกรมตัดต่อ
  • การพึ่งพาเทมเพลตมากเกินไปอาจทำให้สไตล์วิดีโอคล้ายคนอื่น 

บทสรุป

โดยสรุป CapCut เวอร์ชันฟรีเหมาะสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการตัดต่อวิดีโอแบบง่าย ๆ และสามารถใช้งานได้ครบพื้นฐาน 

ส่วน CapCut Pro จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการฟีเจอร์ขั้นสูง ลดข้อจำกัดเรื่องลายน้ำ และใช้งานได้สะดวกมากขึ้นหลายอุปกรณ์ 

ดังนั้นการเลือกใช้งานควรพิจารณาตามลักษณะการใช้งานและความต้องการของแต่ละคนเป็นหลัก

この記事を書いた人

目次